top of page

คำพยานจากน้องนักศึกษา ค่าย Inshatagam 2023

ที่มาของชื่อค่าย? “Inshatagam one-of-a-kind” (อินชะตากรรม ออกเสียงล้อกับคำว่า อินสตาแกรม)

ชื่อค่ายนักศึกษามาจากความคิดริเริ่มของคณะกรรมการค่ายที่ต้องการให้เพื่อนๆ ได้ตระหนักว่า “เราทุกคนเป็นคนพิเศษและไม่เหมือนใครในพระเจ้า เพื่อที่เราจะเข้าใจและพร้อมจะทำตามน้ำพระทัยพระเจ้าที่มีอย่างเฉพาะเจาะจงในชีวิตเรา” ค่ายนี้เราจึงศึกษาพระคัมภีร์แบบอุปนัย หรือ IBS ชีวิตบุคคลสำคัญในพระคัมภีร์ถึง 7 คน ได้แก่ โมเสส ดาวิด เยเรมีย์ โยนาห์ เอสเธอร์ โยเซฟ และบารนาบัส

สิ่งที่พิเศษมากๆ อีกอย่างจากค่ายนี้คือมิตรภาพที่เหนียวแน่นของน้องๆ

ควันหลงจากค่ายจึงมีทั้งคำพยานชีวิตมากมาย การนัดกินข้าว เล่นกีฬา และที่สำคัญน้องจากจุฬาฯ และม.ธรรมศาสตร์จับมือกันจัดกลุ่มเซลล์รวมมหาลัยฯ ก่อนเปิดเทอมให้ชื่อว่า “Summer Cell” เพื่อเป็นเวทีฝึกฝนการทำกลุ่มเซลล์ เป็นภาพของการร่วมรับใช้ และการส่งต่อนิมิตของรุ่นพี่รุ่นน้องที่ทรงพลังจริงๆ


--------------------------

และนี่คือสิ่งที่น้องนักศึกษา 3 คน และพี่เลี้ยงค่ายอีก 1 คนได้จากค่ายครั้งนี้...

“มองตัวเองจากสายตาที่พระเจ้ามอง” -ยู้ฮู- กายภาพบำบัด มหิดล ปี1

พระเจ้าให้หนูได้เห็นคุณค่าในตัวเอง พระเจ้าสร้างทุกคนมาแบบเฉพาะเจาะจงใส่ใจทุกรายละเอียด รู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ให้คุณค่า และอยู่กับหนูเรียกหนูในวันที่มองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง พระเจ้าวางชีวิตเราแต่ละคนไว้แตกต่างกันไป พระองค์มีพระประสงค์ เส้นทาง และแผนงานอันดีที่จะใช้ชีวิตของทุกคนในแบบฉบับของตัวเอง


จริงๆ การเข้าค่ายสำหรับหนูเป็นเรื่องที่ยากมากเลยค่ะ ด้วยความที่หนูเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ทำให้หนูไม่มั่นใจในตัวเองเวลาต้องทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ แต่พอได้เห็นโปสเตอร์กับหัวข้อค่ายเลยอยากจะลองก้าวออกจากเซฟโซนดู พระเจ้าให้ความกล้าและทรงนำหนู ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกอย่างในค่ายนี้มากๆ ☺️


ส่วนความประทับใจชอบช่วง Cineflec ค่ะ จะมีเพลงนึงในหนังที่ชื่อ This Is Me กับวิดิโอ The Chosen ที่เปิดตอนเรียน รู้สึกทัชใจมาก ยอมรับและชื่นชมยินดีกับการเป็นตัวเอง ให้เกียรติในทุกความแตกต่าง เราเปลี่ยนรูปลักษณ์ตัวเองไม่ได้แต่เราสามารถปรับมุมมองของเราได้ มองจากสายตาที่พระเจ้ามองไม่ใช่สายตาของผู้อื่น เชื่อว่าพระเจ้าเชื่อใจและรู้ว่าเราเข้มแข็งมากพอที่ผ่านทุกสิ่งไปได้💪🏻


อีกอย่างที่ประทับใจคือ small group เป็นกลุ่มที่ได้แชร์ พูดคุย และหนุนใจกันผ่านมุมมองเรื่องราวของแต่ละคน รู้สึกประทับใจในความน่ารักอบอุ่นของทุกคนในกลุ่มมาก ๆ ค่ะ


❤️ความตั้งใจของหลังจากนี้อยากจะติดสนิทกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้น มองเห็นคุณค่าของตัวเองและผู้อื่น อยากเป็นคนที่ดีขึ้นให้พระเจ้าใช้การได้ ทำสิ่งที่พระองค์ใส่ไว้ในตัวหนูให้ดีที่สุด ยอมจำนนเชื่อวางใจในทางที่พระเจ้านำและใช้ชีวิตให้เป็นพระพรผู้อื่น อยากให้คนได้เห็นได้ยินเรื่องราวของพระเจ้าผ่านทางชีวิตของหนู


--------------------------
“เป็นค่ายที่จดจนหนังสือค่ายเยินไปเลย” -จั้ง- แพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ปี1

สิ่งที่พระเจ้าบอกกับเรา: จากทุกๆ บทเรียนและข้อพระคัมภีร์ที่เราได้อ่าน เราสรุปออกมาได้ 6 ข้อ

1.พระเจ้าเป็นใครและยิ่งใหญ่แค่ไหน


2.เราเป็นใครและตัวเล็กแค่ไหนถ้าเทียบกับพระเจ้า


3.เราสำคัญและเป็นที่รักแค่ไหนโดยทางพระเจ้าที่บอกว่าสร้างเราต่ำกว่าพระองค์อยู่หน่อยเดียว (ถึงแม้เราจะเล็กนิดเดียวตามข้อ 2)


4.ชีวิตที่อยู่บนโลกถึงแม้มันจะยากแต่พระเจ้าเปี่ยมไปด้วยสติปัญญาควบคุมแผนงานทั้งสิ้นของเราให้เกิดออกมาเป็นผลดีต่อชีวิตของเรา

(ทั้งดีต่อเราต่อคนอื่นและดีต่อพระเจ้า)


5.พระเจ้าไม่ได้ดูที่ผลลัพท์และความสำเร็จเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับหนทางที่เราเดินไป ทั้งการตอบสนองของเรา อารมณ์และความรู้สึกของเราตลอดการเดินทางไปสู่เป้าหมายนั้น (สำหรับพระเจ้าบางทีไม่สำคัญเลยว่าผลจะออกมาเป็นยังไง)


6.นอกจากเราแล้ว ยังมีคนอีกมากมายที่สำคัญและได้รับความรักจากพระเจ้า ดังนั้นเค้าก็เป็นคนพิเศษและก็สมควรได้รับการกระทำที่พิเศษเหมือนกันนะ


สิ่งที่ประทับใจจากการมาเข้าค่าย: เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาในการมาค่าย นคท.คือผู้คนในค่ายทั้งพี่ staff และพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกๆ คนที่เราได้เจอทำให้เรารู้สึกได้รับความรักในแบบที่จะหาได้จากที่อื่นไม่ได้ ปกติเป็นคนติดบ้านมากกกก การจะงัดตัวเองออกมานอนข้างนอกบ้านเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่พอชั่งน้ำหนักแล้วเราดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี่ เหมือนเป็นการชาร์จพลังและเก็บบทเรียนที่คงมีประโยชน์มากๆ ในอนาคต เป็นค่ายที่จดจนหนังสือค่ายเยินไปเลย


และ moment ที่ชอบและเคยแชร์กับพี่ๆ ในกรู๊ปไปแล้วว่าสิ่งที่เราปลื้มมากๆ คือกการนั่งฟังพี่ๆ ใน small group พูดนี่แหละ555 เราเหมือนเจอคนที่เป็นแบบเรา ผู้ที่ถูกเลือกให้อยู่ในทางของพระเจ้าและยังต้องดำเนินชีวิตในโลกที่กว้างใหญ่ต่อไปในแต่ละวัน เห็นทั้งความชื่นชมยินดีในพระเจ้าและสิ่งที่ต้องต้องทำให้ลำบากใจและกังวล แต่ทุกคนยังมีความเชื่อและความหวังว่าสิ่งดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในแต่ละวันที่เอ็นจอยมากๆ


สิ่งที่ตั้งใจจะทำ: นับพระพรของพระเจ้าในทุกๆ วันที่เราเจอ ขอบคุณในการเตรียมการแต่ละวันและขอบคุณที่สร้างเราให้วิเศษขนาดนี้ !!


--------------------------
“ส่งต่อความรักของพระเจ้าผ่านทางเสียงดนตรี” -นน- ดุริยางคศาสตร์ ศิลปากร เพิ่งจบ

สิ่งที่พระเจ้าบอกในค่าย?

🎹ตอนแรกที่นนเข้าเรียนที่คณะดุริยางค์ นนตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องการจะใช้ความสามารถและฝีมือที่มีเพื่อถวายเกียรติพระเจ้า และใช้เสียงดนตรีนี้เป็นช่องทางหนึ่งเพื่อประกาศความรักของพระเจ้า แต่ว่าขณะที่อยู่ในมหาวิทยาลัยซึ่งความสามารถมักเป็นตัวตัดสินคุณค่าทุกอย่าง คนที่มีฝีมือมักจะได้รับโอกาสและการยอมรับจากคนรอบข้าง มันเลยทำให้ผมได้ลืมความตั้งใจแรกของตัวเองไป เอาแต่มุ่งเข้าหาความสำเร็จ พอได้ไปค่ายนี้แล้วได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากขึ้น รู้สึกได้ว่าพระเจ้าย้ำเตือนความตั้งใจแรกของนนที่จะใช้ความสามารถที่มีทั้งหมดเพื่อพระองค์

.

สิ่งที่ประทับใจ

🌞ความสัมพันธ์กับพี่น้องและเพื่อนๆคริสเตียน รู้สึกว่าสังคมคริสเตียนเป็นเหมือนของขวัญที่พระเจ้าประทานให้ ทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เราเผชิญหน้าในชีวิต เราไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง ยังมีพี่น้องและเพื่อนๆที่ต่อสู้ไปกับเรา นนได้รับคำหนุนใจมากมายและรู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่อบอุ่นเหมือนเป็นครอบครัวจริงๆครับ

.

ความตั้งใจใหม่ในชีวิต?

🎼อยากทำวงดนตรีนมัสการที่ออกไปเล่นและประกาศตามสถานที่ต่างๆ นนรู้สึกว่าเสียงเพลงสามารถสัมผัสถึงหัวใจของผู้คนได้ง่าย เลยอยากส่งต่อความรักของพระเจ้าที่นนได้รับมาให้กับคนอื่นๆ ผ่านทางเสียงดนตรีครับ


--------------------------
“ไม่มีอะไรมากนอกจากคำว่า “รัก” ผมรัก นคท. มาก” -พี่โปเต้- ผู้รับใช้เต็มเวลาคริสตจักรคลองเตย และกำลังศึกษาป.โท ที่สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ ภาค 7 แห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย (BIT)

สิ่งที่ให้มาร่วมรับใช้เป็นพี่เลี้ยงในค่ายนศ.ครั้งนี้? ❤️ไม่มีอะไรมากนอกจากคำว่า “รัก” ผมรัก นคท. มาก นคท.เป็นเหมือนบ้านอีกหลังหนึ่งของผม นคท.ให้โอกาสแล้วทำให้ผมกล้าก้าวออกมาจากความกลัวของผม เมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้วผมได้รู้จักกับ นคท. ผมไม่เคยคิดว่าผมต้องมาบุกเบิกเซลล์ในม.ของผม นคท.ได้ผลักดันและดึงศักยภาพที่หลบซ่อนอยู่ในตัวของผมออกมาได้ นคท.เป็นที่ปรึกษาที่ช่วยในการตัดสินใจในการถวายตัวรับใช้ของผม นคท.ให้แนวคิด ให้ความหวัง และเป็นที่พึ่งในยามยากลำบากของผม ในวันที่ไม่มีใครเข้าใจ ในวันที่ผมอ่อนกำลัง นคท. ก็ยังเป็นที่พึ่งให้ผมได้ ยังมีอะไรอีกมากมายที่ผมได้รับจากนคท. แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องปฏิเสธเมื่อผมได้รับการเชิญชวนจาก นคท. มีสิ่งไหนที่เอากลับไปใช้ในคริสตจักรได้บ้าง? 🤩ผมทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประจำคริสตจักร ทำพันธกิจกับชุมชนใกล้เคียงกับวัยรุ่น ค่ายครั้งนี้ทำให้ผมได้เห็นว่าแท้จริงแล้วพวกเขาเรียนรู้อะไรได้เร็วกว่าเราในยุคนั้น แถมสื่อต่าง ๆ ก็เข้าถึงพวกเขาได้ไวกว่าพวกเราเสียอีก และผมยังได้แนวคิดใหม่ๆ ได้วิธีการใหม่ๆ ได้แนวทางการสอนเชิงสร้างสรรค์ใหม่ๆ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ผมมีความตั้งใจจะนำกลับมาปรับใช้ในคริสตจักร พระเจ้าสอนอะไรในค่ายนี้? 🥰สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากค่ายนี้มากๆ คือเรื่องของความรัก ผมสัมผัสได้ว่าพระเจ้าตรัสกับผมว่า “ผมเป็นที่รักของพระเจ้า” ผมรู้อยู่แก่ใจว่าตัวผมไม่สมควรที่จะได้รับความรักนี้แต่ผมก็ได้ พระเจ้ายิ่งใหญ่ยังทรงทำสิ่งที่เล็กน้อย แล้วผมซึ่งเป็นผู้เล็กน้อยทำไมถึงไม่ทำแบบเดียวกันบ้าง ความรักที่ผมไม่สมควรพระเจ้ายังประทานให้ แล้วทำไมวันนี้ผมจะมอบความรักให้คนอื่นบ้างไม่ได้ พระเจ้าใส่ใจดูแลคนเล็กน้อย ผมก็จำเป็นต้องใส่ใจดูแลคนเล็กน้อยเช่นเดียวกัน🤟🏻


--------------------------


ป.ล.ยังมีคำพยานจากน้องๆ ในค่ายอีกมากมาย พี่น้องที่สนใจสามารถอ่านย้อนหลังได้ที่แฟนเพจ หรือ IG นคท. ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2023 นะคะ



ดู 44 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page