• TCS admin

แม้เราจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่เพราะพระคุณพระเจ้าที่ซื้อชีวิตเราไว้ (พันธกิจผู้สำเร็จการศึกษา)

ตั้งแต่ใช้ชีวิตมา ตัวผมเองสังเกตเห็นได้ว่า ไม่มีอะไรในโลกที่สมบูรณ์แบบเลย (no one is perfect.)

ผมเกิดในครอบครัวชาวพุทธแบบจีนที่อบอุ่น ที่เน้นการรักษาศีล 5 ไหว้และบูชาพระทั้งไทยและจีน รวมไปถึงการฝึกท่องคำบูชาในภาษาบาลี แต่ถึงอย่างนั้น ผมกลับรู้สึกว่างเปล่าในใจลึก ๆ เพราะไม่เห็นปลายทางเท่าไหร่ว่าชีวิตจะไปเจอกับอะไรที่ปลายทาง เพราะถ้าปลายทาง คือ การแต่งงาน การมีลูก การมีบ้านและรถ ผมก็รู้สึกว่า ชีวิตนี้ไม่มีอะไรเลยเนอะ มีแค่เท่านี้แล้วก็แก่ตัวลง และถ้าทำไม่ครบ ก็เหมือนชีวิตจะไม่ “สมบูรณ์” ตามแบบของคุณค่าที่โลกบอกไว้


Photo by Marko Horvat on Unsplash


จนกระทั่งได้มารู้จักพระเจ้ามากขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งต่อมาผมเชื่อว่า พระเจ้าทรงจัดเตรียมเพื่อนคริสเตียนในคณะที่เรียน เพื่อพาผมไปคริสตจักรครั้งแรก โดยในตอนนั้น ใจของผมเปิดรับมาก ๆ ที่จะฟังความเชื่ออื่น ๆ บ้าง ส่วนตัวก็คือสนใจความเชื่อคริสเตียนอยู่แล้ว ผมก็พบคำตอบของชีวิตของผมเองที่นั่น ว่าพระเยซูทรงเป็นบุตรของพระเจ้า ทรงรักคนที่ทำผิดพลาดและทำบาป และทรงเอาชนะความตายได้ มากไปกว่านั้น ทรงเข้ามาในโลกเพื่อเติมเต็มให้ “สมบูรณ์ (complete)” และทรงเป็นตัวอย่างของความ “สมบูรณ์แบบ (perfect)” และข้อพระคัมภีร์ที่พระเจ้าทรงยืนยันกับผมในเรื่องนี้


ปรากฏในพระธรรมโคโลสี 2:10 ว่า “ท่านได้รับความบริบูรณ์ในพระคริสต์ ผู้ทรงเป็นศีรษะเหนือเทพผู้ทรงเดชานุภาพและเทพผู้ทรงอำนาจทั้งสิ้น

แม้ผมจะเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น แต่ผมก็เห็นความไม่สมบูรณ์แบบในครอบครัวของตัวเองเหมือนกัน พอสำรวจในใจตัวเอง ก็มีปมและเรื่องราวที่โกรธพ่อแม่เราเหมือนกัน และในสมัยวัยรุ่น ก็ไม่ได้ให้อภัยปะป๊าและแม่อยู่พักใหญ่ ๆ เพราะเราสงสัยในการดูแลลูก ๆ ของพวกเขา

แต่ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “พระคุณ (Grace)” ของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียวที่ซื้อชีวิตผมไว้ และคอยย้ำเตือนผมเสมอว่า พระเจ้าทรงซื้อท่านไว้ด้วยราคาสูง ( 1 โครินธ์ 6:20)

Photo by Jonathan Borba on Unsplash


ทำให้ผมให้อภัยความไม่สมบูรณ์แบบของปะป๊าและแม่ และแทนที่ด้วยความรักต่อพวกเขามากขึ้น และในวันนี้ พระเจ้าทรงเรียกผม ให้รู้จักพระองค์ ดำเนินชีวิต และรู้จักความสมบูรณ์แบบที่มาจากพระองค์มากขึ้นทีละเล็กทีละน้อยในทุก ๆ วัน ผ่านการทำงานรับใช้พระองค์ในพันธกิจนักศึกษาของมูลนิธิแห่งหนึ่ง และหวังว่าจะมีโอกาสได้เป็นพระพรให้กับทั้งคนที่เป็นคริสเตียนและไม่เป็นคริสเตียนในพื้นที่ที่ผมทำงานอยู่ครับ








ศิกวัส ศรีประภาพร

สต๊าฟมูลนิธิอิเมจิ้นไทยแลนด์ ประจำกรุงเทพฯ