วิกฤตทำให้ครอบครัวต้องปรับตัว เรียนรู้ และเข้าใจกันมากขึ้น (ผู้สำเร็จการศึกษา)

Updated: Oct 18


Photo by Surface on Unsplash


เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้วพ่อของผมได้วางมือจากวงการรับเหมาก่อสร้างและเริ่มต้นธุรกิจสนามบอลหญ้าเทียมให้เช่าหลังจากส่งลูกๆ ทั้งสองคนจบปริญญาตรี ช่วงแรกธุรกิจไปได้ดีทีเดียว แต่เมื่อผ่านไปสักพักก็โดนผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยลงจากสถานการณ์บ้างเมืองและมีคู่แข่งใหม่ที่เกิดขึ้นจนทำให้ผลประกอบการไม่ดีอย่างที่ควร คุณพ่อจึงตัดสินใจปล่อยเช่าและให้ผู้อื่นมาบริหารแทน แต่แล้ว วิกฤติ covid-19 ก็ทำให้สนามต้องปิดบริการลงและทำให้ผู้เช่าไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ ด้วยสภาพที่โทรมและไม่เคยปรับปรุงผมกับน้องจึงตัดสินใจลงเงินกันคนละก้อนเพื่อปรับปรุงสนามและสานต่อกิจการเองด้วยตนเอง


เมื่อต้นเดือนกันยายนสนามบอลได้เปิดบริการอีกครั้งโดยมีการปรับปรุงส่วนต่างๆ ไปด้วยและ รับลูกค้าเก่าที่เข้ามาใช้บริการไปด้วย ปัจจุบัน (เดือน ต.ค.) ได้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการบ้างแต่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว การเข้ามาบริหารสนามบอลทำให้ครอบครัวได้มีโอกาสคุยกันมากขึ้นและได้เรียนรู้ที่จะฟังความเห็นของกันและกัน สำหรับส่วนตัวผมเอง ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ผมได้เรียนรู้ที่จะทำงานกับคนหลากหลายแบบ และเข้าใจมากขึ้นที่พระคัมภีร์บอกเราว่าให้

“ฉลาดเหมือนงูและไม่มีพิษมีภัยเหมือนนกพิราบ”

คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าธุรกิจจะกลับมาคืนทุนและดำเนินการอย่างมีสภาพคล่อง ขอพระเจ้านำต่อไปในทุกอุปสรรคที่เจอและทุกบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ ฝากพี่น้องอธิษฐานเผื่อสติปัญญาในการบริหารธุรกิจให้เกิดกำไรและให้ธุรกิจนี้ได้มีส่วนร่วมเป็นพรต่อลูกค้าครับ











สันติสุข ประภาอภิรัตน์