• TCS admin

อยากได้ยิน ต้องเข้าหา และพระเจ้ากำลังอยากบอกกับเราผ่านพระคัมภีร์

ในชีวิตคริสเตียนนั้น พระเจ้าทรงตรัสกับเราตลอดเวลา ทั้งผ่านการสามัคคีธรรม ผ่านการพูดคุยกับคนของพระเจ้า การฟังเทศน์ เสียงในใจ แต่ที่พบบ่อยที่สุดคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากผ่านทางพระวจนะในพระคัมภีร์ จึงมีคำกล่าวว่า ”พระคัมภีร์เป็นหนังสือที่มีชีวิต” เพราะว่าพระคัมภีร์เป็นสื่อกลางที่ดีที่สุดในการฟังเสียงของพระเจ้า

เคยมีครั้งหนึ่งที่เราร้องไห้เพราะว่ากลัวการสอบที่กำลังจะเกิดขึ้น ตอนนั้นเราคิดไปเองว่า การที่เราเคยขอให้พระเจ้าช่วยให้เราผ่านการสอบที่ยากมหาหินมาตั้งหลายครั้งแล้ว จะทำให้ครั้งนี้พระเจ้าอาจจะไม่อยากช่วยเราอีกแล้วก็ได้


Photo by Joel Muniz on Unsplash

วันนั้นพระเจ้าทรงตรัสกับเราผ่าน​ฮีบรู 13 : 8 ที่กล่าวว่า “พระเยซูคริสต์ทรงเหมือนเดิมทั้งวานนี้ และวันนี้ และตลอดไปเป็นนิตย์

พระเจ้าบอกเราผ่านพระคำข้อนี้ว่าพระเจ้าที่เคยช่วยเราในวิชาที่แล้ว ก็ยังเป็นพระเจ้าคนเดิมที่จะอยู่กับเราในวิชานี้ และพระเจ้าจะทรงเป็นพระเจ้าที่น่ารักที่จะอยู่กับเราในทุกๆ ปัญหาตลอดไป แน่นอนว่าพระคำข้อนี้เป็นพระคำที่คริสเตียนหลายๆ คนรู้จักดี สำหรับบางคนอาจจะเป็นข้อธรรมดาๆ ข้อหนึ่ง แต่สำหรับเราข้อพระคำข้อนี้เป็นเหมือนพันธสัญญาที่พระเจ้าให้ไว้กับเรา ว่าพระเจ้าจะโอบกอดและอยู่เคียงข้างเราตลอดไป แน่นอนว่าข้อพระคำข้อธรรมดาๆ ซักข้อสำหรับเรา ก็อาจจะเป็นข้อที่พระเจ้าเคยใช้แตะใจใครซักคนให้ร้องไห้มาแล้วก็ได้!


นอกจากนี้การที่เรารู้พระวจนะและอ่านศึกษาอย่างต่อเนื่องจะทำให้เราเดินอยู่ในทางของพระเจ้าอย่างถูกต้อง ทำให้เรารู้ว่าสิ่งใดดีสิ่งใดเป็นที่ชอบพระทัย และสิ่งใดดียอดเยี่ยมสำหรับพระเจ้า เพื่อที่เราจะไม่พลาดจากพระสัญญา และพระพรที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้กับชีวิตของเรา อีกอย่างคือพระวจนะของพระเจ้ายังเป็นบ่อเกิดแห่งความหวัง และเป็นอาหารฝ่ายวิญญาณที่สร้างความชื่นชมยินดีสำหรับคริสเตียน


คริสเตียนหลายๆ คน อาจจะเลือกที่จะทิ้งพระคัมภีร์ไว้บนชั้น แต่นั้นอาจจะเป็นการปิดโอกาสตัวเองที่จะได้ยินเสียงอันอบอุ่นของพระเจ้าอยู่ก็ได้ วันนี้เราอยากจะหนุนใจให้ทุกๆ คนลองหยิบพระคัมภีร์ขึ้นมา เป่าฝุ่นฟู่ๆ เปิดอ่าน และฟังเสียงของพระเจ้าไปด้วยกันนะ!













พิมพ์ชนก พงศ์ทวิช

คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาจุลชีววิทยา ปี 4

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

144 views0 comments