God’s Presence เกิดขึ้นได้ทั้งในโบสถ์ สังคม และที่ทำงาน (พันธกิจผู้สำเร็จการศึกษา)

Updated: Jan 27


Photo by Jonas Thijs on Unsplash


ปีที่ผ่านมา เป็นปีที่ทั้งเพิ่งเปลี่ยนงานได้ซักพัก ทั้งมีสถานการณ์หลายอย่าง ไหนจะ COVID-19 ไหนจะรูปแบบการทำงานที่ต้องเปลี่ยนไปหลายอย่าง จะไปโบสถ์ก็ต้องออนไลน์ จะเจอเพื่อนแต่ละทีก็ยากจริงๆ

ยิ่งเมื่อมองย้อนกลับไป ก็ยังคิดไม่ค่อยออกว่าสิ่งต่างๆที่ทำไปมีอะไรบ้าง รู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเร็ว โดยเหมือนไม่เกิดประโยชน์อะไรมากเท่าไหร่ และที่รู้สึกมากที่สุดคือเหตุการณ์ต่างๆเราไม่สามารถควบคุมหรือคาดการณ์ได้เลย

ปีที่ผ่านมาเลยเป็นปีที่ได้เรียนรู้ความสำคัญของ God’s Presence ที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่โบสถ์หรือในสังคมคริสเตียนเท่านั้น แต่พระเจ้า Presence อยู่ในที่ทำงาน ในความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นกับสังคม หรือความขัดแย้งทางการเมืองก็ตาม ซึ่งไม่ได้หมายความว่าปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลายหรือโลกจะมีแต่ความสงบสุข แต่เพราะไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิต หรือสังคมนี้จะเป็นยังไง เราก็ยังสามารถมั่นใจได้ว่าพระเจ้าจะเป็นผู้นำในเหตุการณ์นั้นๆ


สิ่งเดียวที่ทำได้จริงๆคือการฝากทุกอย่างไว้กับพระเจ้า (ฟังดูแล้วอาจจะเหมือนเป็นแค่คำพูดติดปากธรรมดาของคริสเตียน) คือ

การเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราอาจไม่ได้เกิดผลในแบบที่เราคิดหรือคาดหวัง แต่เรากลับสามารถมั่นใจได้ว่าทุกย่างก้าวของเราจะมีพระเยซูเดินไปพร้อมๆกัน ถึงเราจะสะดุด ก็ยังมีคนคอยพยุง หรือถึงเราอาจจะล้มไปบ้าง พระเยซูก็จะจับมือพาเราลุกขึ้นมาอย่างแน่นอน

จริงๆแล้วเป็นสิ่งหนึ่งที่ส่วนตัวรู้สึกว่าทำได้ยากมากที่สุด แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกว่ายังสู้ต่อไปได้ในสถานการณ์แบบนี้


แม้ว่าหลายอย่างเราไม่อาจเข้าใจได้ว่าปัญหามันจะถูกคลี่คลายออกมาได้ยังไง แต่การต่อสู้ทุกอย่างก็อยู่ในการดูแลของพระเจ้าเสมอ เหมือนกับในเพลง Battle Belongs ของ Phil Whickham ที่ท่อนนึงร้องไว้ว่า “So when I fight, I'll fight on my knees with my hands lifted high. Oh God, the battle belongs to You. And every fear I lay at Your feet. I'll sing through the night. Oh God, the battle belongs to You”
















คุณพิชญา ไผทสิทธิ์ (นิ๊ก)