จากการจัดงานประชุม World Assembly ของพี่น้องนคท.โลก หรือ IFES World ณ ประเทศ เม็กซิโก เมื่อวันที่ 22-30 ก.ค. 2015 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จาก 150 ประเทศสมาชิก

พี่อ๋อง เลขาธิการนคท. ของเราได้นำทีมพี่น้องอีก 4 คนไปร่วมรับพระพรในงานครั้งนี้ด้วย โดยมีนักศึกษา 2 คน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ 1 คน และอาจารย์ในมหาวิทยาลัยอีก 2 ท่าน พร้อมนำไฮไลท์ของงาน ประสบการณ์ที่่ได้รับ และมุมมองสดใหม่ในการด้านการยืนหยัดร่วมกันในข่าวประเสริฐกลับมาแบ่งปันให้เราได้ฟังกันด้วย

11836681_1007481262629383_4698724301321520304_n

ไฮไลท์สตอรี่#1 ธีมงาน “Together In Christ. In Mission. In University”

ธีมงานในครั้งนี้ มีความหมายที่ impact คือ “Together In Christ. In Mission. In University” หมายถึงให้พี่น้องนักศึกษาคริสเตียนทั่วโลกยืนหยัดร่วมกันในการเป็นพยานถึงพระคริสต์ ที่มีบริบทแตกต่างกันออกไปในประเทศต่างๆ

สิ่งที่ประทับใจที่สุด  คือ ตอนพี่น้องที่อยู่ในประเทศในแถบ middle East ซีเรีย เลบานอน หรือประเทศที่คริสเตียนถูกข่มเหงอย่างหนักขึ้นมาพูดบนเวที เค้าบอกกับทุกคนว่าเราไม่ต้องการจะขึ้นมาพูดถึงหรือตอกย้ำความเจ็บปวดที่เราเจอ เพราะคุณไปตามอ่านในข่าวเองได้ แต่เราจะพูดถึง “ความหวัง” ที่เรามี เราเชื่อว่าโลกจะดีขึ้น  พี่น้องที่นั่นต้องหยุดฆ่ากันให้ได้ ข่าวประเสริฐจะต้องแผ่พระกิตติคุณออกไป ไม่ว่าพี่น้องจะเจ็บปวด ตายไปหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ความเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าขององค์พระเยซูคริสต์ในชีวิตของพวกเค้ายังคงอยู่ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่รู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่สุด ที่ได้ไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน event แบบนี้”

 จากงานประชุมนี้ พี่น้อง IFES ยังร่วมมือกันทำ VDO ขึ้นมาเพื่อส่งไปปลอบใจนักศึกษาที่โดนข่มเหงที่เคนย่า ใน VDO นี่เสียงที่เล่าเรื่องเป็นเสียงจริงจากพี่น้องนักศึกษาที่รอดตายจากการถูกกราดยิงในมหาวิทยาลัย

ref. ข่าวนักศึกษานคท.ชาวเคนย่าถูกกราดยิง >> KENYA: MOURNING WITH THOSE WHO MOURN

“คำว่า Together In Christ มีความหมายลึกซึ้งถึงการเป็นพระกายเดียวกันในพระเยซูในระดับโลก หมายความว่า เราเฉลิมฉลองในพระคุณของพระเจ้าด้วยกัน เราเจ็บปวดในความเจ็บปวดของคนอื่นด้วยกัน นี่เป็นสิ่งที่โดดเด่นมากในเม็กซิโกปีนี้ เพราะใน 4 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 2011-2015 คริสเตียนเจอการข่มเหงอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นประเทศในตะวันออกกลางที่เจอกลุ่ม ISIS หรือในแอฟริกา กับกลุ่มโบโค ฮาราม ที่ไนจีเรีย หรือพี่น้องปาเลสไตน์ที่เจ็บปวดจากการบุกรุกของยิวและอเมริกา”

“บางครั้งเรามองคนที่ทนทุกข์ โบสถ์ที่ถูกเผา หรือความเจ็บปวดของคนที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนก็ตาม คำว่า Togerther มันไม่เกิด เพราะว่าเราใส่ใจแต่เรื่องตัวเอง แต่ขอให้เราเป็นทุกข์ เป็นสุขร่วมกัน ในพระกายเดียวกันจริงๆ เหมือนที่อาจารย์เปาโลบอกว่า ถ้าอวัยวะหนึ่งเจ็บเราก็เจ็บด้วยกัน เมื่อก่อนเราคิดถึงแค่โบสถ์ของเราเอง แต่ในการประชุมที่มีคริสเตียนระดับโลก เรากำลัง connect เรื่องราวของทั้งโลกด้วยกันในงาน mission พระเจ้าของเราไม่ใช่พระเจ้าส่วนตัว แต่เป็นพระเจ้านานาชาติของชนทุกชาติ ทุกประชาชาติ นี่เป็นภาพที่สำเร็จมากในงานประชุมครั้งนี้”


ไฮไลท์สตอรี่#2 เฉลิมฉลองต้อนรับ 9 ประเทศที่เข้ามาเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ 

“เราร่วมชื่นชมยินดีกับการแต่งตั้ง 9 ประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ IFES World อย่างเป็นทางการ ใน VDO ด้านล่างนี้เป็นการแต่งตั้งประเทศมาเก๊า ซึ่งเริ่มต้นมีกลุ่มนักศึกษาคริสเตียนในมหาลัยเมื่อปีที่แล้ว เป็นคำอธิษฐานที่สำเร็จหลังจากการรอคอยถึง 10 ปี”

 


ไฮไลท์สตอรี่#3 พระวจนะอันมีพลังในพระธรรมดาเนียล 

“ดาเนียลเป็นความชัดเจนของพันธกิจในมหาวิทยาลัย ซึ่งตรงกับธีม together in university คือ ดาเนียลเป็นเหมือนนิสิตที่ต้องเข้าไปอยู่ในมหาวิทยาลัย และเข้าไป engage กับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น และสุดท้ายพระเจ้าได้รับเกียรติ และฟื้นฟูเปลี่ยนแปลงอาณาจักรนั้น”

“แต่ความพิเศษก็คือ เรื่องนี้ถูกอธิบายโดยนักคิดคริสเตียนชาวปาเลสไตน์ Mr.Isaac Munther จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด และทำงานรณรงค์ให้เกิดสันติภาพขึ้นในปาเลสไตน์  เป็นพี่น้องที่อาศัยอยู่ณ พื้นที่เสี่ยงตายในแดนปาเลสไตน์จริงๆ Munther ขยายความถึง “การตายเพื่อพระคริสต์” ที่เพื่อนๆ ของดาเนียลบอกว่าแม้จะตายก็ไม่เป็นไร ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ผู้พูดเจออยู่ทุกวัน  เขากล่าวว่า “ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความปลอดภัยของเรา แต่ความสำคัญอยู่ที่การดำเนินชีวิตของเรา ณ เส้นตายวันนั้นได้ถวายเกียรติแด่พระเจ้าอย่างไร” ซึ่งเป็นคำพูดเดียวกันอย่างที่เพื่อนดาเนียลพูด คือ ต่อให้พระเจ้าไม่ช่วยพวกเรา พวกเราก็จะไม่กราบไหว้รูปเคารพนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมประทับใจมาก และให้สัญญากับตัวเองว่าจะอธิษฐานเผื่อคริสเตียนปาเลสไตน์ทุกวัน และจะติดตามนักคิดคนนี้ใน blog ของเขา”

คลิปที่ Mr.Isaac Munther แบ่งปันบนเวที WA2015

“Munther บอกอีกว่าขอให้ช่วยพวกเค้าด้วย ที่จะไม่สนับสนุนความคิดแบบ pro Jew ที่สอนว่า คนยิวต้องกลับไปอยู่ที่เยรูซาเล็ม คำสอนนี้กลายเป็นใบอนุญาตให้คนยิวทำอะไรก็ได้อย่างโหดเหี้ยมในดินแดนปาเลสไตน์ ฆ่าเด็ก ทำลายโรงเรียน ตัดน้ำในชุมชนก็ได้ เพราะคริสเตียนทั่วโลก support เรื่องนี้ว่าคนยิวจะต้องกลับมาที่แผ่นดินนี้ มีการตีความพระคัมภีร์หลายอย่าง เช่น ถ้าเราอวยพรลูกหลานอับราฮัม เราจะได้รับพรกลับ เค้าก็เลยสอนกันในโบสถ์ว่าถ้าเราอวยพรอิสราเอล เราจะได้พรด้วย หรือว่าเยรูซาเล็มใหม่ในวิวรณ์ คือพูดถึงสถานที่จริงๆ ที่จะสถาปนาเยรูซาเล็มใหม่ขึ้นมาได้ ทำให้คริสเตียนชาวปาเลสไตน์ทำอะไรก็ผิดทั้งหมด รู้สึกว่าตนเองไม่สมควรจะอยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้น”

“ศาสนศาสตร์เรื่อง Promise land ที่ผิดพลาดทำให้ทั้งด้าน political และ theological คนจะตายหรือเป็น ไม่มีใครสนใจเลย ช่วยพวกเค้าด้วยที่จะสอนเรื่องนี้อย่างถูกต้อง ว่าแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้ตั้งอยู่ที่พื้นที่นี่ที่เดียว แต่แผ่นดินพระเจ้าอยู่ที่ทั่วโลก และขอให้ทุกคนเสพข่าวอย่างสันติ คนที่จะช่วยก็อย่าสุดโต่งจนกลายเป็น anti Jews แต่โปรโมทสันติภาพให้เกิดขึ้นได้จริง เพราะแท้จริงแล้วพื้นที่ในแผ่นดินนั้นเพียงพอที่ชาวยิวกับชาวปาเลสไตน์อยู่ด้วยกันได้ และนี่เป็นที่มาของความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นเกือบทั้งหมดในตะวันออกกลาง”


ไฮไลท์สตอรี่#4 แรงบันดาลใจ Social Impact ระดับรัฐบาล จากนักวิจัยชาวสเปน Ruth López 

Ruth López – Professor สาวชาวสเปน ผู้สร้างความไว้วางใจกับรัฐบาลผ่านความสามารถด้านการทำงานวิจัย เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมในทางพระเจ้า เธอเป็นนักสังคมวิทยา (Sociologist) และอาจารย์ในมหาวิทยาลัย Rise University สหรัฐอเมริกา และทำงานด้าน Education ให้กับโรงเรียนที่ช่วยเหลือเด็กที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษา

“เธอพยายามมากที่จะเข้าไปมีบทบาทในการตัดสินใจของนโยบายของรัฐบาล โดยการลดช่องว่างระหว่างนักการเมืองผู้มีอำนาจร่างแผนนโยบายของรัฐ กับข้อมูลมหาศาลในการตัดสินใจร่างนโยบายต่างๆ ซึ่งเป็นงานหนัก และต้องมีความเชื่อมากเหมือนอย่างที่ดาเนียลมี ว่าคุณสามารถยืนหยัดสิ่งที่ถูกต้องกับมหาอาณาจักรบาบิโลนได้”

“เธอทำงานวิจัยคุณภาพสูงที่บอกว่า เด็กๆที่ได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้นจะมีผลต่อเศรษฐกิจอเมริกาได้อย่างไรบ้าง ซึ่งงานวิจัยแบบนี้เป็นภาษาที่นักการเมืองเข้าใจและสนใจ และมีการชี้แจงรายละเอียดอย่างชัดเจนในวิจัยถึงimplication (ผลลัพธ์) application (การนำไปใช้) และ limitation (ข้อจำกัด) ทั้งหมดให้นักการเมืองตัดสินใจนำนโยบายไปประยุกต์ใช้ได้ทันที”

Ruth อธิบายว่า “นักการเมืองไม่ได้โง่ เขาเป็นคนที่ต้องตัดสินใจเรื่องบางเรื่องให้คนเป็นล้านๆ แต่ไม่มีเวลาทำวิจัย แถมต้องตัดสินใจภายในเวลา 24 ชม. เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะตัดสินใจอย่างถูกต้อง แล้วทำไมเราถึงไม่เปลี่ยนตัวเองเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล ในการช่วยผู้คนผ่านความรู้ที่เรามี และนักการเมืองอยากได้คะแนนเสียงอยู่แล้ว ถ้าเขาตัดสินใจถูก คนก็ได้รับประโยชน์ และพรรคได้รับคะแนนเสียงไปด้วย win-win ทั้งสองฝ่าย”

“โดยในวิจัยของ Ruth จะมีการทำข้อตกลง (MOU) กับนักการเมืองด้วยว่าถ้าวิจัยอะไรออกมาแล้ว นักการเมืองจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับข้อมูลไม่ใช่สื่อมวลชน และให้เวลา 1 อาทิตย์ในการตอบรับ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเธอจะเผยแพร่งานวิจัยนี้ให้คนกลุ่มอื่นๆ ต่อไป ซึ่งนักการเมืองอาจจะเสียประโยชน์จากข้อมูลวิจัยคุณภาพสูงเหล่านี้”

ผลจากความตั้งใจของเธอที่จะเป็นนักวิจัยที่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังต่อรัฐบาลนี้ คือ เธอได้รับความไว้วางใจจากเหล่านักการเมือง ถึงขนาดต้องขึ้นไปพูดในทำเนียบขาวถึงเรื่องนโยบายการศึกษาของอเมริกา ยิ่งกว่านั้นคำพยานของเธอยิ่งทรงพลังเข้าไปอีก เพราะเธอเป็นผู้หญิงชาวเม็กซิกัน ที่ไม่ได้เป็นเชื้อชาติหลักของอเมริกาแต่กำลังทำสิ่งที่มีผลเปลี่ยนแปลงคนทั้งประเทศ!


ไฮไลท์สตอรี่#5 รู้มั้ย…นักศึกษาก็ร่วมเป็นกรรมการบอร์ดของ IFES โลก! 

“ในคณะกรรมการบอร์ดของ IFES World หรือ International Executive Committee (IEC) มีตัวแทนนักศึกษาสองคนนั่งเก้าอี้กรรมการด้วย ซึ่งมีส่วนร่วมในการบริหาร การวางทิศทางต่างๆ ในพันธกิจ คนหนึ่งเป็นนศ.ชาวสิงคโปร์ ชื่อ Ester Phau อีกคนเป็นนศ.ชาวแอฟริกา การมีนศ.อยู่ในกรรมการบอร์ดของโลกนี้ บ่งบอกให้เห็นว่าทั้งโลกเชื่อมั่นใน Student Initiative จริงๆ”
Ester

“และ Ester ต้องการที่จะมาเยี่ยมเรา เพื่ออัพเดทรู้ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของพี่น้องนักศึกษาคริสเตียนใน East Asia ถ้าเรามีค่ายหรืองานใดๆ ที่สามารถชวน Ester มาได้ก็จะทำให้เรารู้ข่าวคราวของ IFES โลกได้ และ Ester จะนำเรื่องราวของประเทศไทยเข้าไปต่อจิ๊กซอว์ในสิ่งที่เธอทำอยู่ได้”


พี่อ๋อง ฝากถึงน้องนักเรียน นักศึกษา 

YOU ARE PART OF SOMETHING BIGGER เราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า

          “เมื่อเราเข้ามาใน student movement เราต้องเข้าใจว่านี่เป็นการเคลื่อนไหวที่ใหญ่กว่าโต๊ะม้านั่ง หรือแค่ในกลุ่มเซลเล็กๆ ของเรา แต่เรากำลังเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของพระเจ้าในโลกนี้ ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงมหาวิทยาลัยโดยข่าวประเสริฐ”

          “ขอให้เรามีใจที่ใหญ่ คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลก อธิษฐานเผื่อผู้คนในโลกนี้ เพราะว่าพระเยซูไม่ได้ให้นิมิตเล็กๆ กับเรา พระเยซูบอกว่าให้เราออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวก เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถทำอะไรเล็กกว่านี้ได้แล้ว จงสัตย์ซื่อในแต่ละบทบาทที่เราเป็นอยู่ในแต่ละขณะ ในขณะที่เป็นนศ. เคลื่อนเป็นคนทำงาน  สร้างครอบครัว เป็นส่วนของคริสตจักร ก็จงสัตย์ซื่อตรงนั้นๆ ให้ความคิดระดับโลกต้องอยู่ในชีวิตของเราตลอด”

เอาใจช่วยอลิส กับภัส ตัวแทนนักศึกษา กรรมการกลางนักศึกษาปี 2015 นี้ที่ได้ไปเข้าร่วมงานประชุม จะนำหลายอย่างที่ได้จากการประชุมมาประยุกต์ใช้ในพันธกิจนักศึกษาของเรา และ World Assembly ครั้งต่อไปในอีก 4 ปีข้าง ณ ประเทศ South Africa ใครสนใจ เก็บตังรอได้เลย!

 

ข้อมูลโดย สต๊าฟพี่อ๋อง
ปดิพัทธ์ สันติภาดา
เลขาธิการนคท.