ผ่านมาแล้วกับค่ายนักเรียน ค่ายที่ไม่จบลงแค่ตัวของน้องๆ แต่ยังรวมไปถึงใส่ใจคนที่อยู่รอบข้างมากขึ้น โดยค่ายนี้น้องๆ ได้เรียนรู้ผ่านชีวิตดาเนียล ผู้รับใช้ที่มีจุดยืนมั่นคงในความเชื่อ และการยืนหยัดนั้นนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เขาอยู่ ซึ่งค่ายนี้รวมชีวิตน้อยๆ ทั้งหมด 52 คน ที่มีโอกาสใช้เวลาเรียนรู้และแบ่งปันมิตรภาพร่วมกัน โดยมีน้องๆ กรรมการค่าย 6 คน และเพื่อนๆ ของพวกเขาอีก 2-3 คน ได้ใช้เวลาเตรียมค่ายนี้มากกว่าครึ่งปีเพื่อให้ค่ายในครั้งนี้ของพวกเขาเกิดขึ้น

เราขอบคุณพระเจ้าที่ได้เห็นนักเรียนรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ มีหัวใจแห่งการรับใช้ และเสียสละ รวมถึงการมีความคิดริเริ่มอยากที่จะทำสิ่งใหม่ๆ และการที่เราได้ทำควบคู่กับน้องๆ ทำให้เราเห็นว่าพวกเขาสามารถทำได้จริงๆ และนั่นจึงเป็นสิ่งที่เรายังเชื่อมั่นเสมอในพลังของนักเรียน ที่เขากำลังจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ซึ่งสิ่งที่พวกเขาลงมือทำนั้นทำให้เพื่อนๆ ของพวกเขาได้รับการเปลี่ยนแปลง…

           1.มัลลิกา โลกคำลือ (เค้ก) โรงเรียนม่วงไข่พิทยาคม ม.5

ขอบคุณพระเจ้าที่เราได้มาค่ายร่วมกัน แล้วก็ได้มาเจอเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในค่าย ที่เราได้มาร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน ก็ดีใจที่ทุกคน ได้แบ่งปันพระวจนะของพระเจ้า ผ่านการใช้ชีวิตของเราด้วย สิ่งที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง คือ เราได้เข้าหาพระเจ้ามากขึ้นและได้ติดสนิทกับพระเจ้ามากขึ้นค่ะ

 

 

2.อินทัช ดวงก์ (บิ๊ว) จบการศึกษาแล้วที่โรงเรียนสาธิต มศว. ปทุมวัน

ค่ายครั้งนี้ก็ได้อะไรหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนใหม่ หรือ บทเรียนดีๆ จากพี่ๆ สต๊าฟ ทั้งในเรื่องการแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า, การเป็นเกลือและแสงสว่าง, การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงสังคมอย่างดาเนียล, การวางตัวกับเพื่อนต่างเพศ, การเข้าใจพ่อแม่มากขึ้นอีกหลายๆ เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตคริสเตียนอย่างถูกต้องในสังคมปัจจุบัน ส่วนการเปลี่ยนแปลงหลังกลับจากค่ายตอนนี้ก็มีเรื่องการเฝ้าเดี่ยวที่พยายามทำให้ได้ทุกเช้าครับ

 

3.ภูริวัต พนมบรรเจิด (ภู) โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ ม.3

ได้เปลี่ยนแปลงในด้านการเป็นผู้นำในการเป็นแสงสว่างเพื่อนำทางคนไม่เชื่อและประกาศข่าวประเสริฐและนำพาเขาไปในทางพระเจ้าครับ

 

 

 

4.ปรมัตถ์ สุขพิพัฒน์ (โอ๊ต) กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ม.5

ค่ายนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตของดาเนียล และเห็นแบบอย่างที่ดีของเขา ที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของผมให้เติบโตและติดสนิทในทางของพระเจ้ามากขึ้น และนอกจากนี้ผมยังได้รู้จักผู้คนอีกมากมายที่ให้ความอบอุ่นผมเหมือนครอบครัวอีกด้วยครับ หลังจากที่ผมกลับค่าย ผมติดสนิทกับพระเจ้ามากขึ้น และอ่านพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอทุกวันหลังกลับค่าย และมีใจร้อนรนที่จะทำงานรับใช้พระเจ้ามากยิ่งขึ้นครับ

 

นี่เป็นเพียงแค่เสียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ได้มาแบ่งปันหลังจากที่พวกเขากลับจากค่ายในครั้งนี้ สุดท้ายคืออยากจะขอบคุณสำหรับพี่น้องทุกท่านที่มีส่วนสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นทางการถวายทรัพย์และการอธิษฐานเผื่อเสมอมา สิ่งที่พวกท่านได้มีส่วนร่วมนั้นกำลังช่วยสร้างชีวิตของพวกเขาให้เติบใหญ่ในวันข้างหน้า และโปรดอธิษฐานเผื่อน้องๆ เหล่านี้ต่อไป ที่เขาจะยังคงสามารถรักษาความตั้งใจหลังกลับจากค่ายนี้ให้คงอยู่ และที่พวกเขาจะมีชีวิตที่เป็นแสงสว่างในที่โรงเรียนของเขาต่อไปอย่างมั่นคง